อาการคันในที่ลับ ตรวจดูอาจเป็นโรคโลน

อาการคันในที่ลับ ตรวจดูอาจเป็นโรคโลน

อาการคันในที่ลับเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย และอาจทำให้ผู้ที่ประสบปัญหาอาย และไม่กล้าพูดถึง อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ และวิธีการรักษาอาการคันในที่ลับเป็นสิ่งสำคัญ โดยหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อย คือ โรคโลน

โรคโลน

โรคโลน คืออะไร?

โรคโลน (Pediculosis Pubis หรือ Pubic Lice) เกิดจากตัวโลน ซึ่งเป็นปรสิตขนาดเล็ก มีลักษณะตัวเล็กอ้วนกลมมากกว่าเหา มีก้ามดูคล้ายก้ามปู จึงมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า crab louse ที่มักพบในบริเวณขนที่อวัยวะเพศ แต่ก็อาจจะเจอได้ที่อื่น เช่น บริเวณขนตา ขนคิ้ว เป็นต้น โลนเหล่านี้จะกัด และดูดเลือดจากผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง

อาการของโรคโลน

ผู้ที่ติดเชื้อโรคโลนจะมีอาการคันในที่ลับเป็นหลัก แต่ยังมีอาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น

  • มีอาการคันบริเวณอวัยวะเพศ บริเวณทวารหนัก หรืออาจมีอาการคันที่บริเวณอื่น ๆ เช่น ใต้รักแร้ บริเวณที่มีขน เช่น ขา หน้าอก ท้อง หรือหลัง หนวด เครา คิ้ว หรือขนตา
  • รู้สึกเป็นไข้ต่ำ ๆ อ่อนแรง หงุดหงิด ฉุนเฉียว หรือกระสับกระส่าย
  • มีรอยแดง หรือจุดดำ อาจพบรอยแดง หรือจุดดำเล็กๆ บนผิวหนังบริเวณที่มีโลนอยู่
  • มีอาการเจ็บ หรือบวม อาจมีอาการเจ็บ หรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ถูกกัด
  • ขนที่อวัยวะเพศมีการเปลี่ยนแปลง บางครั้งอาจพบไข่ของโลนติดอยู่กับขนที่อวัยวะเพศ

การรักษาโรคโลน

การรักษาโรคโลน

โรคโลน สามารถทำได้โดยการตรวจดูบริเวณขนที่อวัยวะเพศอย่างละเอียด ถ้าพบตัวโลน หรือไข่ของมันติดอยู่กับขนที่อวัยวะเพศ นั่นเป็นสัญญาณชัดเจนของการเป็นโรคโลน

การรักษาโรคโลนสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้ 

  • ยาทาฆ่าโลน ยาทาฆ่าโลนที่มีส่วนผสมของเพอร์เมทริน (Permethrin) หรือพีริทริน (Pyrethrin) เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ
  • การโกนขนที่ลับ การโกนขนที่ลับสามารถช่วยลดปริมาณโลน และไข่ได้
  • การซักผ้าด้วยน้ำร้อน การซักเสื้อผ้า และผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อนจะช่วยฆ่าปรสิตที่อาจติดอยู่

การป้องกันโรคโลน

  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัวหรือเสื้อผ้า และควรรักษาสุขอนามัยในที่ลับให้สะอาดอยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการมีกิจกรรมทางเพศกับผู้ที่ติดโลน เนื่องจากการมีกิจกรรมทางเพศร่วมกันในระหว่างที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งติดโลน จะทำให้เกิดแพร่กระจายได้ง่าย ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงจนกว่าจะรักษาโลนให้หายดีก่อน  เพราะถึงแม้ว่าจะใส่ถุงยางอนามัยก็อาจเสี่ยงติดเชื้อโลนได้ หากโลนอาศัยอยู่นอกถุงยาง
  • อาบน้ำให้สะอาด ควรอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโลน
  • ควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย เนื่องจากมักพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในผู้ที่ติดโรคโลน

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

อาการคันในที่ลับอาจเป็นเรื่องน่าอาย แต่การหาสาเหตุ และการรักษาอย่างถูกต้องสามารถช่วยให้คุณกลับมามีชีวิตที่สบาย และสุขภาพดีอีกครั้ง อย่าลังเลที่จะพูดคุยกับแพทย์หากมีความกังวล หรือสงสัยว่าตนเองอาจติดโรคโลน  ซึ่งโรคนี้ไม่ร้ายแรง สามารถรักษาให้หายได้ แต่ต้องคอยระวังพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อที่จะได้ไม่กลับมาเป็นอีก

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *